Skip to Content

BOI ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีบริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน

เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีบริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน


ข้อเท็จจริง

บริษัทฯ ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540 ประเภท 4.28 การ

ชุบเคลือบผิวโลหะและพลาสติก (SURFACE TREATMENT) ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติ

ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการ

ประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ

บริษัทฯ รับจ้างชุบเคลือบผิวโลหะ บริษัทฯ ต้องตัดเปลี่ยนกระบอกไฮดรอลิค ซ่อม โดย เจีย

กลึงและเชื่อม ก่อนการชุบเคลือบผิวโลหะ ฯลฯ โดยแยกเรียกเก็บค่าบริการแต่ละรายการ เมื่อบริษัทฯ

ผู้ว่าจ้างจ่ายค่าจ้างจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส ไว้ทุกครั้ง บริษัทฯ ขอทราบว่า

1. บริษัทฯ ผู้ว่าจ้างไม่มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายค่าจ้างให้บริษัทฯ

ใช่หรือไม่ และบริษัทฯ ต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อมิให้ผู้ว่าจ้างไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เมื่อจ่าย

ค่าจ้างให้บริษัทฯ

2. จากข้อ 1. เมื่อบริษัทฯ ไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่บริษัทฯ ได้ถูกหักภาษี

และนำส่งไว้แล้วตั้งแต่ปี 2540 ถึงปัจจุบัน บริษัทฯ จะขอคืนได้หรือไม่ อย่างไร


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 3 เตรส, มาตรา 63, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ

แนววินิจฉัย

1. กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับสิทธิและประโยชน์

ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการชุบเคลือบผิว

โลหะและพลาสติก มีกำหนดเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ จึงมีผลให้

บริษัทฯ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการประกอบกิจการรับชุบเคลือบผิวโลหะและ

พลาสติกตลอดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้น ดังนั้น ผู้จ่ายเงินค่าชุบเคลือบผิวโลหะและพลาสติก จึงไม่มี

หน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด โดยบริษัทฯต้องถ่ายสำเนาบัตรส่งเสริมให้ผู้ว่าจ้าง

เพื่อแสดงว่าบริษัทฯ ได้รับสิทธิและประโยชน์ในการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการ

ประกอบกิจการดังกล่าว

เมื่อบริษัทฯ ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้ว แต่บริษัทฯ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้

นิติบุคคลบริษัทฯ มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา

63 แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีบริษัทประกอบกิจการซ่อม โดยกลึง เจีย เชื่อม และตัดเปลี่ยนกระบอกไฮดรอลิค

ฯลฯเป็นการรับจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเป็นกิจการที่

บริษัทฯ ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผู้จ่ายเงินได้จึงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ

3.0 ของค่าบริการตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528




ที่มา:

หนังสือข้อหารือกรมสรรพากร ที่ กค 0811/06990 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2542

Get notified when new articles are added to the knowledge base.

Powered by PHPKB (Knowledge Base Software)