Skip to Content

จ้างทำของ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการรับจ้างทำของ

เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการรับจ้างทำของ


ข้อเท็จจริง

1. สรรพากรพื้นที่ ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากร ราย บริษัท ศ. จำกัด สำหรับ

รอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2534 - 2535 จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทฯ ก่อสร้างโกดังเก็บสินค้า

เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยว่าจ้างทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาเป็นผู้ทำการก่อสร้าง และเนื่องจากบริษัทฯ

ไม่มีความชำนาญประกอบกับเพื่อความสะดวกรวดเร็ว บริษัทฯ จึงทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้รับจ้าง

ก่อสร้างเป็นตัวแทนในการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ซึ่งผู้ขายสินค้าจะออกใบเสร็จรับเงินโดยระบุชื่อบริษัทฯ

เป็นผู้จ่ายเงิน บริษัทฯ จะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างเป็นค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างแยกออกจากกัน และหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้เฉพาะค่าแรงงานเท่านั้น

2. สรรพากรพื้นที่ เห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการจ้างทำของที่ผู้รับจ้างต้อง

จัดหาสัมภาระด้วยตนเอง บริษัทฯ จึงมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของฐาน

เงินได้ที่เป็นค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างรวมกัน จึงหารือว่า การที่บริษัทฯ ทำสัญญาจ้างแรงงาน 1

ฉบับ และทำหนังสือแต่งตั้งตัวแทนเพื่อจัดซื้อวัสดุอีก 1 ฉบับ กับบุคคลหรือนิติบุคคลเดียวกัน ถือเป็น

การจ้างทำของหรือไม่ และจะต้องหักภาษีเงินได้ณ ที่จ่าย จากยอดค่าแรงงานรวมกับค่าวัสดุก่อสร้าง

ถูกต้องหรือไม่

3. สำนักงานสรรพากรภาคเห็นว่า ภาระในการจัดหาสัมภาระตามสัญญาจ้างทำของจะตก

อยู่กับผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงตามสัญญา ซึ่งสัญญาดังกล่าวมีการระบุชัดเจนให้ผู้ว่าจ้าง

เป็นผู้จัดหาสัมภาระการที่ผู้รับจ้างจัดซื้อวัสดุก่อสร้างจากผู้ขายสินค้าจึงเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของ

ผู้ว่าจ้าง ดังนั้น เมื่อบริษัทฯจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างโดยแยกค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างออกจากกัน จึง

ไม่อาจถือได้ว่าเป็นเงินที่จ่ายเป็นค่าจ้างทำของทั้งหมด บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

เฉพาะค่าแรงงานเท่านั้น จึงหารือว่าความเห็นดังกล่าวถูกต้องหรือไม่


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ

แนววินิจฉัย

สัญญาจ้างก่อสร้างตามข้อเท็จจริงระบุให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ โดยทำสัญญาอีกฉบับ

หนึ่งมอบอำนาจให้ผู้รับจ้างเป็นตัวแทนในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งสัญญาตัวแทน

ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ เนื่องจากผู้ว่าจ้างไม่มีความชำนาญเพียงพอ

และเพื่อความสะดวกรวดเร็ว โดยมุ่งถึงผลสำเร็จของงานคืออาคารก่อสร้างเป็นสำคัญ ดังนั้น จึงถือว่า

สัญญาตัวแทนเป็นส่วนประกอบของสัญญารับจ้าง เข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ ตามมาตรา 587 แห่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยถือเป็นสัญญาจ้างทำของทั้งจำนวน จะแยกยอดค่าวัสดุก่อสร้างออก

ไม่ได้ ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าแรงงานและค่าวัสดุก่อสร้างให้ผู้รับจ้าง บริษัทฯ จะต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ทั้งหมด ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.

4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528




ที่มา:

หนังสือข้อหารือกรมสรรพากร ที่ กค 0811/1934 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2543

Get notified when new articles are added to the knowledge base.

Powered by PHPKB (Knowledge Base Software)