Skip to Content

ค่าบริการ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีรายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์

เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีรายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์


ข้อเท็จจริง

ตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้

พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.

2528 โดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40

แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544 ซึ่งตามข้อ 12/1

ของคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าว ได้กำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการ ในอัตราร้อยละ 3.0

สมาคมฯ เห็นว่า รายได้ของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นรายได้ค่าบริการจากกาประกอบธุรกิจ

ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่เข้าข่ายเป็นรายได้จากการให้บริการตามข้อ 12/1 ของ

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 101/2544 ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544 จึงไม่ต้องถูกหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามเหตุผลที่สมาคมฯ ได้ชี้แจงประกอบไปด้วยแล้ว

สมาคมฯ จึงหารือว่า ความเห็นของสมาคมฯ ถูกต้องหรือไม่


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 40(8)

แนววินิจฉัย

กรณีการจ่ายค่าบริการที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ให้แก่ธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หากผู้จ่ายเงินค่าบริการเป็น

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณที่จ่าย ในอัตรา

ร้อยละ 3.0 ตามข้อ 12/1 แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.

2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.

2544 อย่างไรก็ดี เฉพาะการจ่ายค่าบริการให้กับธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

ดังกล่าว หากค่าบริการที่ให้บริการในแต่ละครั้ง มีจำนวนไม่ถึงหนึ่งพันบาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด




ที่มา:

หนังสือข้อหารือกรมสรรพากร ที่ กค 0811/7657 ลงวันที่ 02 สิงหาคม 2544

Get notified when new articles are added to the knowledge base.

Powered by PHPKB (Knowledge Base Software)