Skip to Content

ขอคืนภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีขอคืนภาษี

เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีขอคืนภาษี


ข้อเท็จจริง

บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนี้

1. บัตรส่งเสริมการลงทุนลงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2536 ประเภท 4.6 การผลิตหรือ

ประกอบผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการ

ประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลาสามปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการนั้น

ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520

2. บัตรส่งเสริมการลงทุนลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2539 ประเภท 6.12 การผลิต

ผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือเคลือบด้วยพลาสติก โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้

จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลาสามปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการ

ประกอบกิจการนั้น ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520

3. บัตรส่งเสริมการลงทุนลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ประเภท 6.12 การผลิต

ผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือเคลือบด้วยพลาสติก โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้

จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลาเจ็ดปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการ

ประกอบกิจการนั้น ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520

บริษัทฯ รับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์

ตามแบบและรายละเอียดของบริษัทผู้ว่าจ้าง และถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่ง

ประมวลรัษฎากร ตั้งแต่ปี 2535-2542 กรณีดังกล่าวบริษัทฯ หารือสำนักงานสรรพากรจังหวัดว่าบริษัทฯ

อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ากรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้าง

ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการ

รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ได้รับส่งเสริมการลงทุน รายได้ที่เกิดจากการรับจ้าง

ถือเป็นรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตลอด

ระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตาม

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.19/2530 ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530 บริษัทฯ จึงขอทราบว่ากรณี

ดังกล่าวบริษัทฯ มีสิทธิขอคืนภาษีจำนวนที่ถูกหักไว้ตั้งแต่ปี 2535-2542 หรือไม่ เพราะเหตุใด และบริษัทฯ

มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายในกำหนดเวลาใด


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 63

แนววินิจฉัย

1. วันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติ

ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 หมายถึงวันที่เริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าจะ

ได้รับเงินหรือได้รับชำระราคาแล้วหรือไม่ แต่การประกอบกิจการดังกล่าวต้องไม่เกิดขึ้นก่อนวันที่ได้รับ

อนุมัติให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม

กรณีตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ได้รับส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับสิทธิและประโยชน์ให้ได้รับ

ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และ

ผลิตภัณฑ์พลาสติก ดังนั้นรายได้ของบริษัทฯ จากการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์พลาสติก จึง

เป็นรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนับแต่วันที่เริ่มมี

รายได้จากการประกอบกิจการจนครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม กรณีดังกล่าวผู้จ่ายเงินค่า

รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตาม

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.19/2530 ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

2. กรณีบริษัทฯ ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่าย และนำส่งแล้ว บริษัทฯ มีสิทธิยื่นคำร้องของคืนภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งรอบระยะเวลาบัญชี

ตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร




ที่มา:

หนังสือข้อหารือกรมสรรพากร ที่ กค 0811/5186 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2543

Get notified when new articles are added to the knowledge base.

Powered by PHPKB (Knowledge Base Software)