Skip to Content

ขนส่ง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขนส่งสินค้าทางทะเล

เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขนส่งสินค้าทางทะเล


ข้อเท็จจริง

สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (THAI INTERNATIONAL FREIGHT

FORWARDERS ASSOCIATION ) ได้หารือกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีค่าขนส่ง

สินค้าว่า หมายถึง ค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า ใช่หรือไม่

ซึ่งกรมสรรพากรได้ตอบข้อหารือสมาคมฯ ตามหนังสือที่ กค 0811/10115 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544

สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. กรณีผู้ใช้บริการ (Shipper หรือ Forwarder) จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและ

ประโยชน์อื่นใดตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้า (Master Bill of Lading) ให้กับสายการเดินเรือ

โดยสายการเดินเรือออกใบเสร็จรับเงินในนามผู้ใช้บริการ หรือกรณีเจ้าของสินค้า (Shipper) จ่าย

ค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้าของสายการเดินเรือ

(Master Bill of Lading) ให้กับ Forwarder โดย Forwarder ออกใบเสร็จรับเงินในนามของ

เจ้าของสินค้า หรือกรณีผู้ใช้บริการ (Shipper หรือ Forwarder A) จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียม

และประโยชน์อื่นใดตามที่ระบุในใบตราส่งสินค้าของ Forwarder B (House Bill of Lading) ให้

กับ Forwarder B โดย Forwarder B ออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ใช้บริการ ถือเป็นการจ่ายค่าขนส่ง

ซึ่งอยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

2. กรณีผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder) จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและ

ประโยชน์อื่นใดเนื่องจากการขนสินค้าขาเข้าตามที่ระบุไว้ในบิลออฟเลดิง ให้กับสายการเดินเรือไทย

โดยที่สายการเดินเรือไทยจะต้องนำรายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนสินค้าขาเข้าไปรวมคำนวณ

เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึงมีหน้าที่

ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 อย่างไรก็ดี หากปรากฏว่า สายการเดินเรือไทยเป็น

สายการเดินเรือที่เข้าลักษณะตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 314) พ.ศ. 2540 ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

3. กรณีผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder) จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและ

ประโยชน์อื่นใดเนื่องจากการขนสินค้าขาเข้าตามที่ระบุไว้ในบิลออฟเลดิง ให้กับสายการเดินเรือ

ต่างประเทศ โดยที่ค่าขนส่งสินค้าขาเข้าไม่เป็นฐานภาษีในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 67

แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

4. กรณีผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder A) จ่ายค่าบริการเกี่ยวกับการขนส่ง

สินค้าขาออกและการขนส่งสินค้าขาเข้าที่มิได้ระบุไว้ในบิลออฟเลดิงให้กับสายการเดินเรือไทยหรือ

สายการเดินเรือต่างประเทศ หรือจ่ายให้กับ Forwarder B ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 สมาคมฯ แจ้งว่า ในการดำเนินธุรกิจของสมาชิกในบางกรณี

ไม่สามารถระบุค่าประโยชน์อื่นใดไว้ในบิลออฟเลดิง และในการดำเนินธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศ

ในระดับสากลยังไม่มีประเทศใดถือปฏิบัติ จึงขอให้กรมสรรพากรทบทวนแนวทางปฏิบัติตามหนังสือตอบ

ข้อหารือที่ กค 0811/10115 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2544


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528

แนววินิจฉัย

1. กรณีการขนส่งสินค้าทางทะเลขาเข้าและขาออก หากผู้ประกอบการที่เป็นสายการเดินเรือ

หรือ Freight Forwarder ไม่สามารถระบุค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า

ไว้ในบิลออฟเลดิง ผู้ประกอบการดังกล่าวสามารถออกเอกสารโดยระบุเฉพาะค่าระวาง (Freight)

ไว้ในบิลออฟเลดิง และระบุค่าใช้จ่ายที่เป็นประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวกับการขนส่ง สินค้าไว้ในเอกสาร

ประเภท Freight Invoice ได้ แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวต้องเป็นรายการที่เกี่ยว เนื่องกับการขนส่ง

สินค้าโดยระบบคอนเทนเนอร์เท่านั้น ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าโดยระบบคอนเทนเนอร์

ได้แก่

(1) ค่าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์หรือค่าแกะสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (C on tainer

Freight Station หรือ CFS)

(2) ค่าธรรมเนียมใบสั่งปล่อยสินค้า (Delivery Order Fee หรือ D/O)

(3) ค่าธรรมเนียมใบตราส่งสำหรับการขนส่งสินค้าขาออก (B/L Fee)

(4) ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนสถานะตู้คอนเทนเนอร์ (Status fee)

(5) ค่าภาระท่าเรือ คือ ค่าใช้จ่ายในการนำตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือ หรือค่าย้ายตู้

คอนเทนเนอร์หน้าท่าเรือไปยังลาน (Terminal Handling Charge หรือ THC)

(6) ค่าลากตู้ไปเปิดที่โรงงานกรณีการขนส่งสินค้าขาเข้า หรือค่าลากตู้ไปบรรจุสินค้าที่

โรงงานและลากตู้กลับมาที่ท่าเรือกรณีการขนส่งสินค้าขาออก (Container Yard หรือ CY)

ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินตามบิลออฟเลดิงและ Freight Invoice ดังกล่าว ถือว่าเป็น

การจ่ายค่าขนส่ง จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามข้อ 12/4 ของ

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่ง

ประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

โดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.104/2544 ฯ ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2544

2. กรณีผู้ประกอบการที่เป็นสายการเดินเรือ หรือ Freight Forwarder ระบุค่าบริการ

(Handling Charge หรือ H/D) ไว้ในเอกสาร Freight Invoice ด้วย นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่

เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าโดยระบบคอนเทนเนอร์ โดยแยกรายการอย่างชัดเจนเฉพาะค่าบริการ

(Handling Charge) ดังกล่าวถือเป็นค่าตอบแทนที่ผู้ใช้บริการจ่ายให้กับสายการเดินเรือ หรือ

Freight Forwarder ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของ

ค่าบริการ (Handling Charge) นั้น ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง

สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.104/2544 ฯ

ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2544 สำหรับรายการที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าโดยระบบคอนเทนเนอร์

ตาม 1. ที่ระบุไว้ใน Freight Invoice ถือเป็นค่าขนส่ง อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ใน

อัตราร้อยละ 1.0




ที่มา:

หนังสือข้อหารือกรมสรรพากร ที่ กค 0811/11620 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2544

Get notified when new articles are added to the knowledge base.

Powered by PHPKB (Knowledge Base Software)