สำนักงานฯ ขอทราบว่าเงินค่าตอบแทนวิทยากร และค่าเบี้ยประชุมในการจัดฝึกอบรมหลักสูตรฯ ได้รับยกเว้น
ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (7) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ เนื่องจาก
การฝึกอบรมหลักสูตรฯ สำนักงานฯ เป็นผู้จัดการหลักสูตรเอง โดยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้แก่วิทยากรจะเบิกจ่าย
ตามระเบียบคณะกรรมการฯ ซึ่งในการจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรในการฝึกอบรม สำนักงานฯ มีความเห็นว่า
(1) "ค่าตอบแทน" ที่สำนักงานฯ จ่ายให้กับวิทยากร มีความหมายเทียบเคียงได้เช่นเดียวกับ "ค่าสอน" ซึ่งเป็น
เงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (7) แห่งประมวล
รัษฎากร
(2) คำว่า "ทางราชการ" ตามมาตรา 42 (7) แห่งประมวลรัษฎากร มีความหมาย กว้างกว่าคำว่า "ส่วนราชการ"
ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นส่วนราชการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม จังหวัด เป็นต้น ในกรณี
สถานะของสำนักงานฯ แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จะมิได้กำหนดฐานะให้เป็นส่วนราชการก็ตาม แต่ลักษณะ
การปฏิบัติงานของสำนักงานฯ เป็นภารกิจการจัดการเลือกตั้งซึ่งแต่เดิมเป็นภารกิจของกระทรวงมหาดไทย จึงเข้าลักษณะ
เป็นงานของ "ทางราชการ" นั่นเอง นอกจากนี้ เงินงบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง การบริหารสำนักงานตลอดจน
การจ่ายเงินเดือนพนักงานและอื่นๆ ก็ได้รับการจัดสรรสนับสนุนจากสำนักงบประมาณ อันเป็นเงินจากงบประมาณแผ่นดิน
ทั้งสิ้น มิใช่เป็นเงินรายได้จากกิจการ เพื่อหากำไรดังเช่นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่นแต่อย่างใด ดังนั้น สำนักงานฯ จึงเป็น
หน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติภารกิจเป็นงานราชการ ซึ่งตามบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 518/2545
ได้ให้ความเห็นว่า "องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ" มีฐานะเป็น"ส่วนราชการ" ตามความหมายของบทนิยามในมาตรา 4
แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 ดังนั้น การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากร ค่าเบี้ยประชุมที่สำนักงานฯ จ่าย
จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (7) แห่งประมวลรัษฎากร
(3) เจตนารมณ์ของกฎหมาย บทบาท อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการฯ ตลอดจนอำนาจหน้าที่
ของสำนักงานฯ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ที่เกี่ยวข้องได้บัญญัติให้มีบทบาท อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในภารกิจที่สำคัญ ทั้งในด้านบทบาททางการบริหาร
นิติบัญญัติและตุลาการ อันเป็นภารกิจสำคัญในระดับประเทศที่มีความสำคัญยิ่งต่อการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง
ของประเทศชาติ และลักษณะงานดังกล่าวก็เป็น "งานทางราชการ" เช่นเดียวกับงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของ
"ส่วนราชการ" และมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหน่วยงานราชการและส่วนราชการอื่นๆ ดังนั้น หากจะถือว่า
ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าเบี้ยประชุม ที่สำนักงานฯ ได้จ่ายไปไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (7) แห่งประมวลรัษฎากร
ดังเช่นส่วนราชการอื่นๆ แล้ว ก็จะเกิดความไม่เป็นธรรมและก่อให้เกิดความลักลั่นต่อสำนักงานฯ เป็นอย่างยิ่ง
สำนักงานฯ เป็นหน่วยงานธุรการขององค์กรของรัฐที่เป็นอิสระและไม่มีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่บัญญัติให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการฯ แม้
สำนักงานฯ มีฐานะเป็นส่วนราชการตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ พ.ศ. 2502 และตามบันทึกสำนักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง ความเป็นอิสระทางการเงินการคลังขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เรื่องเสร็จที่ 518/2545 ก็เพียงเพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งงบประมาณ ตลอดจนการบริหารและการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับ
งบประมาณแผ่นดินเท่านั้น แต่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดฐานะให้เป็นส่วนราชการ ตามกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้น ค่าตอบแทนวิทยากร และค่าเบี้ยประชุมดังกล่าว จึงไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้
พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (7) แห่งประมวลรัษฎากร และ
ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร สำนักงานฯ ผู้จ่ายเงินได้ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตาม
มาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
Article Number: 2105
Author: Thu, Jul 28, 2022
Last Updated: Thu, Jul 28, 2022
Online URL: https://www.paseetax.com/article/ประเภทเงินได้พึงประเมิน-ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา-กรณีการจ่ายค่าตอบแทนวิทยากร-และค่าเบี้ยประชุม-2105.html